วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประวัติพระพุทธศาสนาในมาเลเซีย


เขียนโดย : นางสาวซูฮาดา เจะโซะ



ตัวอย่าง : ภาพบรรยากาศของศาสนาพุทธในมาเลซีย



ในอดีตมาเลเซียได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ-ฮินดูมานานแล้ว แต่เมื่อศาสนาอิสลามเข้ามาแพร่กระจายในมาเลเซียแล้ว ทำให้ศาสนาพุทธมีความสำคัญน้อยลง

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบ อิทธิพลของพระพุทธศาสนาในมาเลเซีย เริ่มเข้ามาโดยศาสนาพุทธนิกายเถรวาท และต่อมามีอิทธิพลจากอาณาจักรศรีวิชัยเพิ่มมาอีก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเป็นศาสนาพุทธแบบมหายานจนทำให้ศาสนาพุทธมีการแพร่ขายในมาเลเซียเพิ่มมากขึ้น ความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในมาเลเซียเริ่มขึ้นได้ไม่นานนัก พระเจ้าปรเมศ แห่งอาณาจักรมะละกาได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงแห่งปาไซที่เป็นมุสลิม ทำให้พระองค์มีการเปลี่ยนแปลงการนับถือศาสนาของตนเป็นศาสนาอิสลาม ในขณะที่ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่

ต่อมาในรัชกาลของสุลต่านมัลโซร์ชาห์ในมาเลเซีย ซึ่งทรงมีความเลื่อมใสในศาสนาอิสลามเป็นอย่างมาก ทำให้ราษฎรเข้ารีตศาสนาอิสลามตามพระองค์ ทำให้พระพุทธศาสนาในมาเลเซียมีความสำคัญลดลงตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา
แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีประชากรส่วนหนึ่งในมาเลเซียที่ยังคงนับถือศาสนาพุทธอยู่มากพอสมควร


Website :


วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับหญิงในมาเลยเซีย


เขียนโดย : นิตยา บารอสิดิก


ภาพตัวอย่าง การบริการแท็กซี่สำหรับผู้หญิงในมาเลเซีย


       มาเลเซีย ถือว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งที่มีประชากรมุสลิมมากเป็นอันดับ3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถ้าพูดถึงสัดส่วนประชากรหญิงในโลกจะมีมากถึง 60/40 ในสัดส่วนของประชากรชาย โดยประมาณ และในมาเลเซียก็เช่นเดียวกันที่มีประชากรหญิงมาก ไม่ว่าจะศาสนาไหนหรือสัญชาติใดก็ตาม มาเลเซียก็จะเล็งเห็นความปลอดภัยของผู้หญิงมากไม่น้อยเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางของผู้หญิงก็มักจะมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ทางกระทรวงการพัฒนาสตรีครอบครัวและชุมชนของมาเลเซีย ได้มีการตั้งโครงการแท็กซี่สีชมพูสำหรับผู้หญิง นอกจากนี้ ไม่ใช่แต่ผู้โดยสารเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง คนขับเองหรือโชเฟอร์ก็เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกัน โดยในขณะนี้มีแท็กซี่สีชมพูเพื่อสุภาพสตรีให้บริการในกรุงกัวลาลัมเปอร์แล้ว 50 คัน และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนเป็น 400 คันได้ในไม่ช้านี้  และแล้วเมื่อก่อนหน้านี้ยังมีรถไฟและรถบัสบริการสำหรับให้แก่ผู้หญิงมาแล้ว และตอนนี้ก็ยังได้เพิ่มแท็กซี่สำหรับผู้ให้บริการขึ้นอีกด้วย


    อย่างไรก็ตาม ด้านนางเฮ็ง เซี่ยะ ไค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสตรี ครอบครัว การพัฒนาชุมชน ระบุว่า แท็กซี่ประเภทนี้จะทำให้การเดินทางสำหรับผู้หญิงมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น และสร้างอาชีพแก่ผู้หญิงที่อยากเป็นคนขับแท็กซี่ด้วย หรือผู้หญิงที่ว่างงานจากการเกษียณ หรือหางานเสริมทำ หรือหญิงที่เลี้ยงลูกตามลำพังที่จะหางานขับแท็กซี่เพื่อเลี้ยง ทั้งนี้ ไม่ว่าแต่จะเป็นแค่งานเสริม แต่มาเลเซียก็ได้ยังเปิดโอกาสให้บริการแท็กซี่สำหรับสตรีโดยเฉพาะ เพื่อปกป้องผู้หญิงจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศขณะใช้บริการรถสาธารณะ



Website :









“Movies is islam”


เขียนโดย : ไฮฟา เยาะแต


   ปัจจุบันประเทศอิสลามอย่างมาเลเซีย พยายามที่จะสร้างหนังสะท้อนความเป็นอิสลามและสร้างอุดมการณ์ความเป็นมลายู ว่าด้วยเรื่องของปัจจุบันนี้หนังที่เป็นตัวดึงดูดความสนใจของผู้ที่สนใจการศึกษาเรื่องศาสนา นั่นก็คือหนังเรื่อง แนวความรักที่ถูกหลักการอิสลามดังนั้นวงการภาพยนตร์พยายามสร้างและกำกับหนังในแนวนี้มากขึ้น แม้กระทั่งคนไทยในสามจังหวัดโดยเฉพาะวัยรุ่นจะหันไปสนใจดูหนังแนวนี้มาก โดยเฉพาะผู้ที่เรียนศาสนาและมีความรู้ หนังเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากเพราะถือว่าเป็นหนทางหนึ่งในการเผยแพร่ศาสนาอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงดารานักแสดงมาเลซึ่งบางคนเป็นดาราและนับถือศาสนาอิสลามแต่ไม่ได้ใส่ผ้าคลุมและไม่ได้เคร่งในเรื่องของศาสนาจนบางคนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถุกต้อง แต่มันกลับกลายเป็นว่าพลิกผันไปเลย เมื่อพวกเขาได้เข้ากองถ่าย และแสดงหนังที่เป็นแนวเคร่งศาสนาได้ปกปิดทุกส่วนของร่างกายพยายามสื่อให้เห็นว่าสิ่งต้องห้ามของอิสลามคืออะไร และหนังแนวนี้จะมีมากในมาเซีย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้อย่างอินโดก็เห้นได้ชัดจะเป็นในแนวเดียวกัน
     
    หนังที่ได้รับเสียงสะท้อนในปัจจุบัน อย่างเช่น warkah cinta ที่แปลเป็นภาษาไทยแปลว่า จดหมายรัก เป็นเรื่องราวความรักแต่ไม่ได้สะท้อนเฉพาะความรักอย่างเดียวจะออกแนวสะท้อนสังคมที่ผู้ชายคนหนึ่งไปเรียนในต่างประเทศ อย่างประเทศอียิปต์ ซึ่งจะเห็นว่าในโลกมุสลิมสิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาเล่าเรียนในเรื่องของศาสนา และผู้ที่มีศาสนาแน่วแน่ จะเรียกได้ว่า “ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ดังนั้นแม้ตัวละครจะมีเรื่องรักแต่เขาก็สามารถควบคุมตัวเองก็ในเมื่อเขา เป็นคนที่มีศาสนาเขาจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง 


             ภาพยนตร์เรื่อง “warkah cinta”

    ภาพยนตร์เรื่อง ”syurga cinta” สวรรค์แห่งความรัก

   นอกจากนี้แล้วการสร้างหนังเชิงแนวความรักแบบถูกหลักการอิสลามแล้ว ยังมีหนังที่สะท้อนปัญหาชีวิตการสำนึกผิด การเตาบัต ซึ่งหมายถึงการสำนึกผิดต่อหน้าอัลลอฮ์ (ซบ)  ซึ่งแอบแฝงไปด้วยแง่คิดต่าง ๆ

ภาพยนตร์เรื่อง “taubat nasuha”
       อิทธิพลของหนังแนวนี้ปัจจุบันถือว่า มีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนที่สอดคล้องกับศาสนาเพราะคนดูสามารถคิดได้และคล้อยตามไปกับหนัง ยังสร้างโอกาสคนหันมาสนใจและท้ายที่สุดกลับกลายเป็นบทเรียนเรียนรู้เรื่องศาสนาของตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้หนังปัจจุบันยังมีความขัดแย้งต่างๆ ปัญหาก็คือความคิดที่ต่างกันการผิดสีลธรรมต่างๆอย่างบางหนังต้องถูกแบน เรื่องที่เรารู้จักและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาตินั้นน้อยมากเที่พูดถึงศาสนาโดยตรง
       
      ท้ายที่สุดแล้วหนังในเชิงนี้ อาจจะเพิ่มจำนวนประชากรให้นับถือสาสนาอิสลามมากขึ้น เพราะคนต่างศาสนา จะดูหนังเรื่องนี้แล้วเกิดความคิดให่ขึ้น และมุมมองที่กลับกัน



Website :















“ธนาคารอิสลามในมาเลเซีย “


เขียนโดย : ไฮฟา เยาะแต



ธนาคารอิสลามในมาเลเซีย


      สถาบันการเงินที่สำคัญของมาเลเซียคือ ธนาคารอิสลาม (Islamic Banks) ซึ่งเริ่มดำเนินการในมาเลเซียเมื่อเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย Islamic Banking Act ระบบธนาคารอิสลามในมาเลเซียถือว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับระบบธนาคารอิสลามในประเทศอื่น ความริเริ่มและความพยายามก่อตั้งธนาคารอิสลามในมาเลเซียเกิดขึ้นจากฝ่ายเอกชนเช่นเดียวกับประเทศมุสลิมอื่น ๆ
     
     ตอนนี้มาเลเซียตั้งเป้าหมายที่จะขยายธนาคารอิสลาม ไป 50 สาขาทั่วประเทศ ภายในปี 2015 ที่จะถึงนี้ ซึ่งนาย Zukri samat  เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามมาเลเซียจำกัดกล่าวว่า ธนาคารมีแผนจะขายสาขาทั่วประเทศ เป็น 150 สาขา จากที่ตอนนี้มีอยู่แล้ว 130 สาขา ซึ่งจะดำเนินการเปิด 5 สาขาใหม่ ภายในสิ้นปี 2012 โดยการเปิดตัวแต่ละสาขาใหม่จะมีค่าใช้จ่าย หนึ่งล้านริงกิตมาเลเซียและมั่นใจว่าจะได้ผลตอบแทนในการลงทุนภายในเวลาแปดเดือน นับจากวันที่เข้ามาดำเนินงาน นาย Zukri ได้กล่าวอีกว่าจะกระจายเงินทุนไปยังมัสยิดและบริจาคเพื่อใช้ในกิจการศาสนา  และกองทุนนี้เริ่มต้นที่รัฐกลันตัน เริ่มต้นไปแล้ว 200 กองทุน  ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการสร้างหรือการปลุกความเป็นศาสนา บางครั้งขึ้นอยู่กับผู้นำหรือรัฐบาลที่จะสร้างโอกาสให้กับการปฎิบัติทางศาสนา กิจการต่างๆขึ้นอยู่กับการลงทุนดังนั้นระบบการเงินถือว่าคือสิ่งสำคัญ และการเงินอิสลามยังต้องหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอาเซียน  การจัดการระบบการเงินในอิสลามจำเป็นที่จะต้องเน้นหลักการกฎของอิสลาม และในเรื่อง และในเรื่องของดอกเบี้ยอิสลามจะไม่นำมาเกี่ยวเพราะถือว่าการกินดอกเบี้ยถือว่าบาป

     เรื่องในเรื่องของการให้สินบน และการรับสินบน อิสลามมีคำสอนสำหรับสินบน เช่น คนที่เขาละเมิดอธรรมผู้อื่น หรือโกงผู้อื่นแต่พอถึงเวลาที่จะบังคับใช้กฎหมายในการเอาผิด เขาได้ให้เงินผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเพื่อให้พ้นผิด หรือเขาต้องการจะทำงานอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีคุณสมบัติในงานนั้น หรือเขาต้องการตำแหน่ง หากเขาไม่ใช้เงินซื้อตำแหน่งนั้นเขาจะไม่สามารถไปสู่ตำแหน่งนั้นได้ สำหรับเรื่องนี้มีคำดำรัสของอัลลอฮ์ ความว่า  "และพวกเจ้าจงอย่ากินทรัพย์1 สมบัติของพวกเจ้า2 ระหว่างพวกเจ้าโดยมิชอบ และจงอย่าจ่ายมัน3 ให้แก่ผู้พิพากษาเพื่อที่พวกเจ้าจะได้กินส่วนหนึ่งจากทรัพย์สินสมบัติของผู้อื่น ด้วยการกระทำสิ่งที่เป็นบาป4 ทั้งๆ ที่พวกเจ้ารู้กันอยู่"
      

Zukri samat  เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามมาเลเซียจำกัด
                 
            Dato’ zukri samat เป็นส่วนหนึ่งในการปรับโครงสร้างธนาคารอิสลาม เพื่อให้ธนาคารสามารถแข่งขันกับคนอื่นๆ การอุตสาหกรรมการบริการที่แข็งแกร่ง และการบริการชุมชน ธนาคารจะมีการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าเข้าสู่ประสิทธิภาพที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน การส่งมอบ บริการด้านการธนาคาร และการเงินไปยัง มาเลเซีย ทั้งหมด  และการบำเพ็ญประโยชน์แก่มัสยิดซึ่งเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิม ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีฉะนั้นแล้ว คงไม่แปลกที่ความรุ่งเรืองจะเกิดกับธนาคารอิสลามเพราะการให้นั้นคือสิ่งสำคัญ และจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า





Website :













ปรากฏการณ์ดะอ์วะฮ์ ในมาเลเซียช่วงทศวรรษ 1970


เขียนโดย : กัญยานี จันทร์ทอง






         มาเลเซียภายหลังการได้รับเอกราชจากอังกฤษโดยสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1957 มาเลเซียได้กลายเป็นรัฐที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่ก็มีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองของมาเลเซียให้เป็นไปตามระบอบของอิสลาม ความพยายามนี้เริ่มเด่นชัดในช่วงทศวรรษ 1970 หรือชื่อเรียกปรากฏการณ์ในครั้งนั้นว่า การเคลื่อนไหวในการเชิญชวน (หรือว่าปรากฏการณ์ดะวะฮ) เป็นช่วงเวลาที่การทำงานของการเผยแพร่อิสลามมีการดำเนินงานอย่างชัดเจนมากขึ้น จากปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวคือ เกิดจากเหตุการณ์วิกฤติน้ำมัน จากการที่ชาติอาหรับผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกมีการตัดสินว่าลดการส่งออกของน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีมูลค่าที่สูงขึ้นและได้สร้างความมั่งคั่งให้ผู้ส่งออกน้ำมัน ผลตามมาหลังจากนั้นคือ การให้การสนับสนุนจากชาติอาหรับเกี่ยวกับกิจการทางศาสนา และการสนับสนุนให้ทุนการศึกษาไปศึกษาต่อในประเทศตะวันออกกลาง

        จุดนั้นทำให้ส่งผลเกิดจำนวนผู้รู้ในทางด้านศาสนาจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดกระบวนการศึกษาเรียนรู้ และทำให้อุดมการณ์ของอิสลามเริ่มที่จะเบ่งบานมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว การเคลื่อนไหวในกลุ่มของมุสลิมในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นไม่เพียงแต่ว่ามีวัตถุประสงค์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ยังคงมีความพยายามที่จะพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงความพยายามที่จะนำอิสลามเป็นรูปแบบในการใช้ชีวิตของคนมุสลิมในมาเลเซีย


            กลุ่มสำคัญ หรือขบวนการสำคัญที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงเวลานั้นมีทั้งกลุ่มพรรคการเมืองที่เอาเรื่องนี้อยู่ในนโยบายจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของประเทศมาเลเซียให้มีการใช้กฎหมายชารีอะฮ เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการปกครองประเทศคือ พรรค PAS  องค์กรที่เน้นการพัฒนาและการทำธุรกรรมทางการเงินตามหลักการอิสลามเช่น ดารุล อัรกอม หรือขบวนการเยาวชน ที่ใช้ ชื่อว่า ABIM นักกิจกรรมรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวทางด้านการเมือง และออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มาเลเซียกลับสู่หลักการของอิสลาม นอกจากนั้นยังคงมีการเคลื่อนไหวของ ญามาอะฮ ตับลีฆ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวนี้ได้รับการยอมรับและสามารถขยายตัวได้บริเวณชนบทของประเทศ

      
     จากคำอธิบายของ Shamsul ได้กล่าวว่า จากการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ดะวะฮ์มีผลมาจาก 6 ประการด้วยกันคือ
1. เพื่อรับมือกับแรงกดดันของกระบวนการทันสมัย
2. เพื่อแสงดออกถึงความรู้สึกที่ต่อต้านจักรวรรดินิยมหรือลัทธิครองความเป็นเจ้าของตะวันตก
3. เพื่อส่งเสริมารฟื้นฟูทางจิตวิญญาณ
4. เพื่อต่อกรกับกระบวนการสร้างเหตุผลทางสังคมของโลกสมัยใหม่ที่ท้าทายต่อโลกทัศน์ทางศาสนาและปรัชญาแบบเดิม
5. เพื่อแสวงหาหนทางที่จะอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการตั้งคำถามหรือความไม่เชื่ออย่างถอนรากถอนโคน ไม่ว่าจะเป็นต่อสถาบัน ค่านิยม และศีลธรรมที่ดำรงอยู่ในสังคม
6. เพื่อสร้างจารีตอันใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้สามารถนิยามหรือผลักดันหาอัตลักษณ์ใหม่ทางชาติพันธุ์ ศาสนาในสังคมที่มีความหลายหลายได้

        ปรากฎการณ์นี้ได้เป็นสิ่งที่กระตุ้นและเผยแพร่ศาสนาอิสลามได้อย่างดี มีแรงกดดัน 6 ประการที่ทำให้ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้น และได้มีการเริ่มใช้กฎหมายชารีอะฮเพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการปกครอประเทศ และมีนักสังคมมากมายออกมาเพื่อเรียกร้องให้มาเลเซียใช้หลักการอิสลาม


Website : 


อิสลามกับยุคโลกาภิวัตน์




เขียนโดย : กัญยานี จันทร์ทอง


          มาเลเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ใช้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ และใช้หลักอิสลามในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศจนก้าวเข้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อาจเป็นเพราะมาจากตัวผู้นำของมาเลเซียที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของศาสนา ซึ่งผู้นำมาเลเซียนั้นไม่ว่าจะอยู่ในรัฐบาลสมัยไหนก็สนับสนุนและให้ความสำคัญกับเรื่องศาสนา แม้ว่ารัฐบาลแต่ละสมัยนั้นอาจจะเน้นนโยบายบางเรื่องไม่เท่ากัน แต่ที่เน้นมากที่สุดทุกสมัยคือศาสนา ทั้งนี้เป็นเพราะประเทศมาเลเซียส่วนใหญ่มีประชากรเป็นมุสลิม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับศาสนาอิสลาม เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน

         การที่ประเทศมาเลเซียมีการนับถือศาสนาอิสลามมากกว่าร้อยละ 60และในชุมชนมุสลิมของมาเลเซียกำลังเผชิญหน้ากับกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน โลกาภิวัฒน์ หมายถึง การแผ่ถึงกันการเข้าถึงโลกหรือการเอาชนะ โลกาภิวัฒน์จึงเป็นกระแสของการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งได้มีอิทธิพลเข้าครอบงำต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศต่างๆ ในโลกที่จะต้องปฏิบัติตาม

              ประเทศมาเลเซียมีรองนายกรัฐมนตรีคือ ดาโต๊ะ ซรี อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นโยบายด้านการเมืองและการปกครองของรัฐบาลมาเลเซีย ได้เน้นนโยบาย อิสลามฮะฎอรี ในการบริหารจัดการพัฒนาสังคมมุสลิม อิสลามฮะฎอรี  เป็นคำเดิมจากภาษาอาหรับสองคำคืออิสลาม (Islam) กับคำว่า ฮะฎอรี  ซึ่งแปลว่าอารยธรรม ซึ่งจะตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษคือ Civilizational Islam แต่ในที่นี้หมายถึงการพัฒนาสังคมมุสลิมสู่ความเป็นอารยธรรมที่สอดคล้องกับหลักการศาสนาอิสลามความเป็นจริงแล้ว นโยบายนี้เป็นกระแสทางปัญญาของรัฐบาลมาเลเซีย นโยบายนี้ถูกจำแนกว่าเป็นกระบวนการองค์รวมของการกล่อมเกลาทางศาสนา ที่จะนำมาซึ่งสังคมใหม่ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมนโยบายนี้จะทำให้มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิม มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติสามารถใช้หลักการศาสนาบูรณาการกับวิทยาการสมัยในสังคมยุคโลกาภิวัฒน์ และการปะทะของสองรูปแบบทำให้เกิดวัฒนธรรมได้อย่างกลมกลืน จนทำให้โลกทั้งตะวันตกและโลกตะวันออกมองว่า มาเลเซียเป็นประเทศมุสลิมสายกลางที่สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งรากเหง้าของความเป็นมุสลิมซึ่งถูกมองว่าจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยม

      แต่อย่าไรก็ได้มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับความเห็นที่ไม่ลงลอยกัน คือกลุ่มที่มีแนวคิดเปิดกว้างต่อกระแสโลกาภิวัฒน์ มุสลิมกลุ่มนี้ จะไม่หลีกหนีจากกระแสการเผชิญหน้าทุกรูปแบบ และกล้าที่จะสนทนาแลกเปลี่ยน  ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดอย่างสันติกับทุกกลุ่มของลัทธิโลกาภิวัฒน์ ในขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งแบบปฏิบัติของอิสลาม อิสลามฮะฎอรีจึงเป็นผลโดยตรงมาจากการสังเคราะห์แนวทางการพัฒนา เพื่อให้สอดประสานกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในสังคมสมัยใหม่ของมาเลเซีย ซึ่งมีต้นแบบการพัฒนามาจากแนวทางการพัฒนาตามรูปแบบตะวันตก ที่เน้นแนวทางการพัฒนาเชิงประจักษ์เชิงวิทยาศาสตร์  หรือการเน้นแนวทางการพัฒนาแบบโลกียนิยม  ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการการทำให้เป็นแบบวิถีโลก ที่ต้องการลดความสำคัญและอิทธิพลของศาสนาแบบสุดโต่งออกไปจากชีวิตความเป็นจริง

      โลกาภิวัตน์ มีทั้งผลดีและผลเสียแตกต่างกันไปหากรัฐบาลต้องการใช้หรือต้องการเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ต้องมีการควบคุมและวางแผนที่ดีไม่อย่างนั้นอาจจะมีปัญหาตามมา และทำให้ประเทศของตนแตกแยกได้


Website :





ความทันสมัยของผู้หญิงในมาเลเซีย: กรณีฮิญาบ


เขียนโดย : นิตยา บารอสิดิก


รูปภาพตัวอย่างของฮิญาบโมเดล
รูปภาพตัวอย่างฮิญาบ(บูรเกาะห์)ของผู้หญิงเคร่ง

ตัวอย่างภาพ ของการแต่งฮิญาบ


ปัจจุบันความทันสมัย หรือเรียกกันว่ายุค Modern ในประเทศมาเลเซียยิ่งเผชิญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น เครื่องแต่งกาย สื่อต่างๆ ที่เรียกความดึงดูดแก่เพื่อนมนุษย์ ที่ปลุกจิตสึกนึกให้เผชิญกับความใหม่  โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่อาจเกือบลืมข้อบังคับทางศาสนาไปซะแล้ว     มาเลเซียปัจจุบันอมความบันเทิง สื่อ ที่เลียนจากชาติตะวันตก จนทำให้เศรษฐกิจบูมขึ้นไปอย่างมาก  และผู้บริโภคมากที่สุดก็คือ กลุ่มผู้หญิง   อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นมาก็เกิดการลุกขึ้นมาอีกครั้งสำหรับมุสลิมในมาเลเซียคือ การฟื้นฟูการเคร่งศาสนาในส่วนต่างๆ ของมุสลิมทั่วโลก ประกอบด้วย มาเลเซียที่ให้ความสนใจกับสื่อตะวันตกและคอยสังเกตอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะการบีบบังคับผู้หญิงมุสลิมไม่ให้ใส่ผ้าคลุมปิดหน้าและการเคร่งครัดทางด้านศาสนา   โอกาสในการโต้แย้งเรื่องของความจริงของการใส่ผ้าคลุมหน้า (บูรเกาะห์) ของผู้หญิง ในอียิปต์และมาเลเซียมีความเด่นชัดในชนชั้นกลางที่ไม่ใส่ใจผู้วิจารณ์ภายนอก  พวกเขามีการศึกษาที่สูงและมีการพัฒนาอาชีพ


อีกทั้ง ในมาเลเซียมีอาสาสมัครที่เกี่ยวกับการรณรงค์เรื่องผ้าคลุมหน้าที่มีการเชื่อมโยงทางสังคม การศึกษาในมาเลเซียและโพ้นทะเลก่อนปี 1970 ผู้หญิงในมาเลเซียมีลักษณะตรงกันข้ามความทันสมัยของชาวตะวันตก   นอกจากนี้ มีนักวิชาการหนุ่มสาวมาเลย์ เตรียมบทบาทและอาชีพโดยใช้วิธีการสังเกตความคิดตะวันตกด้านความก้าวหน้า เช่น ด้านพรรคการเมือง ภาพยนต์ กางเกงยีนต์ กระโปรงสั้น เป็นต้น  มีการสังเกตวามทันสมัยของมโนคติ ที่มีความท้ายทายโดยการเพิ่มการยอมรับในการค้นพบเอกลักษณ์รากฐานของชุมชนมุสลิม


เมื่อมาเลเซียมีจุดประกายดังนี้ที่จะชักชวนโดยการสร้างสื่อให้หญิงสาวเข้ามาปฏิบัติตามศาสนาแล้วการคลุมฮิญาบ เป็นหนึ่งกฎเกณฑ์ข้อบังคับ ที่อิสลามมีบทบัญญัติให้บรรดาผู้หญิงที่บรรลุศาสนะภาวะ  และเมื่อพูดถึงฮิญาบหลายคนอาจเข้าใจว่า จะเป็นผ้าคลุมแบบไหนก็ได้ เล็กบ้าง บางบ้าง หรือคลุมแล้วยังมีผมโผล่ด้านหลัง แต่ในความเป็นจริงการคลุมฮิญาบที่อิสลามมีบทบังคับใช้นั้น  เพื่อให้ผู้หญิงได้ปกปิดเอาเราะห์ (สัดส่วนในร่างกาย)ของพวกนาง  และฮิญาบคือสิ่งที่มารักษาจิตใจของผู้หญิงให้มีความบริสุทธิ์



Website :